แทมมารีน คูเปอร์ คว้าแชมป์“คัมพารี บาร์เทนเดอร์ฯ 2019”

Zuma

กก.และแทมมารีน ในรอบ 2

แทมมารีน ในรอบ 2

แทมมารีนในรอบชิง

แทมมารีนในรอบสุดท้าย

บรรยากาศการเทรนนิ่ง

พร้อมกรรมการรอบสุดท้าย

รับรางวัล

รับรางวัลพร้อมผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย

หนึ่งในค็อกเทลขอแทมมารีน

00

5

6Dy2EgDg

9

74395972_2774804116152573_2948681665033011200_o

76901291_2776067762692875_8990990061050789888_o

Asia Today

Gardens Gastronomy Bar ภูเก็ต

Honest Mistake Bar

Q&A Bar

Q

Sorrento

The Loft at Waldorf Astoria

Tiki box Koh Samui “เนโกรนี” (Negroni) เป็นเครื่องดื่มที่เกิดจากการดัดแปลงจากค็อกเทลชื่อ อเมริกาโน (Americano) ที่มีส่วนผสมง่ายๆ เพียง 3 ส่วนแต่ดื่มอร่อยประกอบด้วย คัมพารี เวอร์มุธ และโซดา (Campari,Vermouth,Soda) ที่ถูกเสิร์ฟครั้งแรกในกาฟเฟ คัมพารี (Caffè Campari) บาร์ของนายกัสปาเร คัมพารี (Gaspare Campari) ในปี 1860
“เนโกรนี” กำเนิดครั้งแรกในช่วงปี 1919 โดยท่านเคาท์ กามิลโล เนโกรนี (Count Camillo Negroni) ผู้ชื่นชอบค็อกเทล วันหนึ่งท่านเคาท์ไปร้านกาฟเฟ กาโซนี (Caffè Casoni) ในเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ปกติท่านจะชอบค็อกเทล อเมริกาโน (Americano) แต่วันนั้นเกิดเบื่อขึ้นมา จึงบอกบาร์เทนเดอร์ให้ช่วยทำค็อกเทลใหม่ ๆ ให้สักแก้ว แต่ต้องมีแคแลกเตอร์ของ Americano อยู่ด้วย บาร์เทนเดอร์จึงปรับแต่งด้วยการใส่จิน (Gin) และส้มลงไป 1 ชิ้นลงไป ปรากฏว่าถูกใจท่านเคาท์ยิ่งนัก
ด้วยส่วนผสมที่ไม่มากและเรียบง่ายมีเพียง จิน (Gin) เวอร์มุธ (Vermouth) และกัมปารี (Campari) เสิร์ฟด้วยแก้วโอลด์ แฟชั่น เติมแต่งด้วยเปลือกส้มฝานบาง ๆ เมื่อประกอบกับการทำที่ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก ทำให้เนโกรนีได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง แม้จะเนิ่นนานเพียงใดสูตรเนโกรนีก็ไม่ได้ถูกดัดแปลงเลยเป็นเวลาเกือบ 100 ปีสร้างสรรค์มา ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นเสน่ห์อย่างร้ายกาจ กระทั่งเป็นเครื่องดื่มสุดฮิตในบาร์ฮิป ๆ และค็อกเทลบาร์เก๋ ๆ มากมายที่ เริ่มนำค็อกเทลคลาสสิคมานำเสนอโดยไม่มีการดัดแปลงปรุงแต่งใดๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเนโกรนีทำได้ง่ายและรวดเร็ว เป็นเครื่องดื่มที่คนอิตาเลียนนิยมชมชอบ ดื่มได้ทุกโอกาส ทั้งเรียกน้ำย่อย ก่อนอาหาร,หลังอาหาร และเพื่อเพิ่มความสดชื่น
หลังจากนั้นสมาพันธ์บาร์เทนเดอร์นานาชาติ (The International Bartenders Association, IBA) จึงบรรจุ Campari ไว้เป็นส่วนผสมอย่างเป็นทางการของ Classic Negroni แน่นอนเป็นที่รู้กันดีว่าไม่มี Negroni ที่ปราศจาก Campari
Campari ที่ถือเป็นหัวใจหลักของเนโกรนี เป็นเหล้าตระกูลบิตเตอร์ (Bitter) คือเหล้ายาที่ได้รับการยกย่องว่าผสมผสานระหว่างความหอมหวาน ความขม และสไปซีได้อย่างลงตัวและแนบเนียน กำเนิดราวปี 1860 ที่เมืองโนวารา (Novara) แคว้นเพียดมอนต์ (Piedmont) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี โดยนายกัสปาเร คัมปารี (Gaspare Campari :1828–1882) เจ้าของภัตตาคารและคาเฟระดับสุดยอดของเมืองตูริน (Turin) หลังจากเปิดตัวสู่ท้องตลาดอย่างเป็นทางการ ในปี 1904 ไม่นานก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
ปัจจุบัน Campari อยู่ในเครือ กลุ่ม Campari Group ผู้ผลิตรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลกโดย สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในมิลาน มีแบรนด์กว่า 50 แบรนด์ทั้งระดับพรีเมียมและซูเปอร์พรีเมียม เช่น Aperol, Appleton Estate, Campari, SKYY, Wild Turkey และ Grand Marnier บริษัทก่อตั้งในปี พ. ศ. 2403 ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียม มีโรงงาน 18 แห่งทั่วโลก และมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายของตัวเองใน 20 ประเทศ พร้อมสินค้าที่ขายในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก.
หนึ่งในกิจกรรมที่ คัมพารี กรุ๊ป (Campari Group) ให้การสนับสนุนพร้อม บริษัท อัลเคมี ไวน์ แอนด์ สปิริตส์ (ประเทศไทย) จำกัด” (Alchemy Wines & Spirits (Thailand) Co., Ltd.) ตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทย คือการแข่งขัน “Campari Bartender Competition Thailand 2019” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ คัมพารี เอเชีย 2019 โดยจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายที่ผ่านมา จนถึงวันชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ฮิลตัน สุขุมวิท 24นับเป็นอีกหนึ่งรายการที่สนับสนุนและส่งเสริมบาร์เทนเดอร์ไทย ให้ไปแสดงความสามารถในระดับอินเตอร์เนชั่นแนล
ในรอบแรกผู้สมัครจะต้องทำวิดีโอแนะนำตัวเองและค็อกเทล ส่งมาให้คณะกรรมการทำการคัดเลือก ซึ่งมีบาร์เทนเดอร์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้ความสนใจอย่างล้นหลาม กรรมการต้องใช้เวลาหลายวันในการคัดเลือกจนได้ บาร์เทนเดอร์ 43 คนผ่านเข้ารอบ 2 เป็นต่างจังหวัด 34 คนและต่างจังหวัด 9 คน
รายชื่อ 34 บาร์เทนเดอร์ ที่เข้ารอบ 2 ของการแข่งขัน สำหรับในกรุงเทพฯ ผู้จัดการแข่งขันได้จัดทำตารางให้บาร์เทนเดอร์เตรียมการแข่งขันวันละ 4-5 แห่ง จากนั้นกรรมการจำนวน 3 คนได้เดินทางไปชิมค็อกเทลและให้คะแนนถึงสถานที่ทำงานของบาร์เทนเดอร์ หรือ บาร์ วิสซิท (Bar Visit) ระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนบาร์เทนเดอร์จากต่างจังหวัด จำนวน 9 คน ต้องมาแข่งขันที่กรุงเทพฯ ช่วงเช้าวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ถ้าผ่านก็จะเข้ารอบสุดท้ายในบ่ายวันนั้นเลย
รายชื่อทั้ง 33 บาร์เทนเดอร์ (เดิม 34 ถอนตัว 1) มีดังนี้ Alexey Poltavskii (Gardens Gastronomy Bar) Attapon de-silva (Q&A Bar) Guntarit Ruamthongrat (Dibuk House) Jakkrit Artaiam (The Key) Jane Kaewyod (Sorrento Sathorn) Jittapu Juansang (Niche Restaurant at Siam Kempinski Hotel) Krisada Udontak (Honest Mistake Bar) Narese Kitrungsuwan (Cielo Sky Bar & Restaurant) Nattapat Kanabkaew (Gardens Gastronomy Bar) Navaphol Uensatienpong ( #FindTheLockerRoom) Olando Lertlachatapon (Tropic City) Parin Raiisin – (#FindThePhotobooth)
Parkornput Changprasert (Seen Restaurant & Bar Bangkok) Pera Srisuk (Mai Bar at Rosewood Phuket) Phanuwat Patimaprakorn (Billy’s Smokehouse) Piromporn NakNuan (Gardens Gastronomy Bar) Pratch Thongcharoen (Asia Today) Pratchaya Netmarn (008 Bar) Siripetch Anurakkobkul (Thai me up at Eleven Hotel) Subin Thong-in (Mojjo Rooftop Lounge & Bar) Supakorn Tapaneeyachok (Trader Vic’s Bangkok) Suphap Seekiao (Serial Laughter) Sutthinon Phanthanam (008 Bar)
Tamaryn Cooper (Belga Rooftop Bar & Brasserie) Tanakrit Kanchanapatee (Zuma Bangkok) Tanapon Thawornsan (Revolucion Cocktail Bangkok) Teeka Pumpakdee (Salt aree) Thanamon Suthon (The Loft at Waldorf Astoria Bangkok) Thanawut Duangta (Belga Rooftop Bar & Brasserie) Thirawat Ngosawang (Ku Bar) Vatcharopol Thongtup (Catch Beach Club) Watcharapon Sae-khow (Tiki box Koh Samui) Wutpichai Wititpan (Club No.43) และ Wirayuth Saisawad (McFarland House Restaurant at Hyatt Regency Hua Hin)
วันที่ 9 ธันวาคมผ่านมา ช่วงเช้าจะเป็นการแข่งขันรอบ 2 ของบาร์เทนเดอร์จากต่างจังหวัด จำนวน 9 คน มาจากเกาะสมุย ภูเก็ต และหัวหิน หลังแข่งเสร็จจึงประกาศผลผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ตามด้วยการเทรนนิ่ง “เนโกรนี แฟมิลี ทรี คลาส” (Negroni Family Tree Class) โดยแอรอน กูดัล (Aaron Goodall) แบรนด์แอมบาสเดอร์ของคัมพารี ประจำประเทศฟิลิปปินส์ (Campari Group Brand Ambassador Philippines) เนื้อหาเน้นประวัติความเป็นมาของค็อกเทลเนโกรนีตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นค็อกเทลคลาสสิค ในช่วงนี้ผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายต้องเตรียมตัวเพื่อแข่งขันรอบสุดท้ายในห้องพิเศษ ซึ่งมีการถ่ายทอดการเทรนนิ่งให้ดูในห้องนั้นด้วย
ในเรื่องบาร์เทนเดอร์จากต่างจังหวัดที่คณะกรรมการไม่สามารถไป Bar Visit ได้นั้น เนื่องจากมีบาร์เทนเดอร์จากต่างจังหวัดให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้จัดการแข่งขันจึงมีแนวคิดว่าในปีหน้าจะให้คณะกรรมการไป Bar Visit ในต่างจังหวัดด้วย
ผู้ที่เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายประกอบด้วย Alexey Poltavskii (Gardens Gastronomy Bar) Attapon de-silva (Q&A Bar) Jane Kaewyod (Sorrento Sathorn) Sutthinon Phanthanam (008 Bar) Pera Srisuk (Mai Bar at Rosewood Phuket) Pratch Thongcharoen (Asia Today) Tamaryn Cooper (Belga Rooftop Bar & Brasserie) Tanakrit Kanchanapatee (Zuma Bangkok) Thanamon Suthon (The Loft at Waldorf Astoria Bangkok) Watcharapon Sae-khow (Tiki box Koh Samui)
สำหรับผู้ชนะ Campari Bartender Competition Thailand 2019 ค่อนข้างเซอร์ไพรซ์ เพราะเป็นบาร์เทนเดอร์สาวรุ่นใหม่วัย 20 ปีเศษ ๆ จาก Belga Rooftop Bar & Brasserie โรงแรม โซฟิเทล สุขุมวิท นั่นคือ แทมมารีน คูเปอร์ (Tamaryn Cooper) หรือมะขาม สาวลูกครึ่งอังกฤษวัย 20 ที่เพิ่งเข้าสู่วงการสายบาร์เทนเดอร์ได้ประมาณ 3 เดือน เพราะก่อนหน้านั้นเธออายุยังไม่ถึง จึงเป็นเพียงทำงานเสิร์ฟ เมื่ออายุถึงจึงขอทำงานหลังบาร์ ก่อนจะคว้าตำแหน่งที่สำคัญนี้ด้วยค็อกเทลที่มีชื่อเป็นภาษาอิตาลีมีความหมายว่า “รัก จากยาย” เธอบอกว่ามีแรงบันดาลใจจากความคิดถึงยาย ซึ่งสนิทสนมกัน
แทมมารีน คูเปอร์ จะได้เดินทางไปมิลาน ประเทศอิตาลี เพื่อแข่งขันในระดับชิงแชมป์ภูมิภาคเอเชีย ซึ่งปีนี้มี 14 ประเทศ ระหว่างวันที่ 19 – 22 ม.ค.2563 โดยผู้เข้ารอบสุดท้ายจะได้เข้าร่วมอบรมที่คัมพารี อะแคดดิมี (Campari Academy) ณ สำนักงานใหญ่ของคัมพารี กรุ๊ป (Campari Group) พร้อมกับมีโอกาสทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ ในบาร์ชั้นนำในมิลาน รวมทั้งได้เสิร์ฟผลงานค็อกเทลที่ได้เข้ารอบสุดท้ายให้กับบรรดาแขกผู้มีเกียรติด้วย
ส่งกำลังใจเชียร์ แทมมารีน คูเปอร์ บาร์เทนเดอร์สาวสร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งให้กับแวดวงบาร์เทนเดอร์เมืองไทย หลังจากปีที่แล้ว ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ บาร์เทนเดอร์หนุ่ม เคยทำสำเร็จมากแล้ว..!!

Thawatchai Tappitak

ธวัชชัย เทพพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ รวมทั้งด้านอาหาร เคยเดินทางไปทำไวน์ในยุโรป 5 ปีครึ่ง จึงนำประสบการณ์ด้านดังกล่าวมาถ่ายทอดสู่แวดวงที่เกี่ยวข้อง นานกว่า 20 ปี เป็นกรรมการตัดสินไวน์ บาร์เทนเดอร์ ฯลฯ ปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร เช่น Thailand Restaurant News,GQ,Gastrogsm ฯลฯ นอกจากนั้นยังสอนไวน์ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย ------------- ข้อมูลบทความ/ภาพ/วิดีโอ ในเว็บไซต์ ThatwatchaiGURU.com เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน การนำไปเผยแพร่ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ (นอกจากการแชร์) ต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ----------- ติดต่อ: ThawatchaiGURU@at-Bangkok.com

You may also like...