“Pierrette Trichet” หญิงเหล็กแห่ง“หลุยส์ 13”

neg2.tif Pierrette Trichet กับ George Clot (กลาง) Pierrette Trichet Rare Cask “Cask 43.8” การทำขวด Louis XIII ขวด 3 ลิตร (ขวา) งานเลี้ยงก่อนมาสเตอร์ คลาส เซ็นต์ประกาศนียบัตรให้ผู้ร่วมงาน น้ำเนื้อของหลุยส์ 13 บรรยากาศในงานที่สิงคโปร์ สัญลักษณ์แงความเชื่อถือ“Pierrette Trichet…เป็น Cellar Master ผู้หญิงคนแรกของผู้ผลิตคอนยัคระดับยักษ์ใหญ่ของเขตคอนยัค……

พาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์และนิตยสารในช่วงปี 2003 ซึ่งถือว่าโด่งดังมาก เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเคยได้รับเกียรติเช่นนี้มาก่อน

เปียร์เรตต์ ตรีเชต์ (Pierrette Trichet) แทบจะไม่เป็นที่คุ้นเคยในบ้านเรา แต่ในแวดวงคอนยัคแล้ว ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ เพราะนี่คือ หญิงเหล็ก หนึ่งเดียวในโลกของคอนยัค (Cognac) ที่สำคัญคอนยัคทุกหยาดหยดในเครือ Remy Martin ล้วนเกิดจากมันสมองและสองมือของเธอทั้งสิ้น รวมทั้งรุ่นแพงระยับอย่าง หลุยส์ 13” (LOUIS XIII) เจ้าของฉายา “King of Cognacs”

Pierrette Trichet เดินทางมาสิงคโปร์เป็นครั้งแรกเมื่อต้น ๆ เดือนที่แล้ว เพื่อเป็นผู้ดำเนินการ A LOUIS XIII Cognac Tasting Masterclass” ที่ The Club ชั้น 57 ของโรงแรม Marina Bay Sands ผมได้รับเชิญไปร่วมงานนี้ด้วย เป็นคนไทย 2 คนเท่านั้นที่ได้รับเกียรติดังกล่าว อีกคนหนึ่งคือคุณกิตติพัฒน์ ไชยกูล Marketing Director for Remy Cointreau นอกนั้นเป็นแขกพิเศษชาวสิงคโปร์ประมาณ 30 คนเท่านั้น สำหรับเมืองไทย Pierrette Trichet ไม่เคยเดินทางมาเป็นทางการในฐานะ Cellar Master นอกจากมาท่องเที่ยวส่วนตัว 2-3 ครั้ง

Pierrette Trichet เกิดที่เแกร์ ดีพาร์ตเมนต์ (Gers department) ซึ่งอยู่ระหว่างเมืองตูลูส (Toulouse) กับปีเรนีส (Pyrenees) ซึ่งเป็นดินแดนของดาร์ตายัง(D’Artagnan) 4 ทหารเสือถือปืนคาบศิลา (the fourth musketeer) พ่อของเธอเป็นชาวไร่ปลูกองุ่น ส่วนแม่เป็นครูที่ Sainte-Christie-d’Armagnac เธอเรียนจบด้าน Biochemistry และ Biological Analysis จากมหาวิทยาลัย Université Paul Sabatier ในเมือง Toulouse นั่นเอง

ขณะที่อายุ 20 ปีเธอได้รับความสนใจจากบริษัท Rémy Martin และได้ทำงานที่นี่ และไม่เคยออกไปทำงานที่อื่นเลย ปี 1993 เริ่มเป็นปีทองของเธอเมื่อคณะกรรมการบริหารมอบหมายให้เธอเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ “tasting committee” ร่วมกับ Georges Clot เซลลาร์ มาสเตอร์ในตอนนั้น ซึ่งเธอบอกว่า “Like eau-de-vie, you improve and mellow over the years,”

หลังจากพิสูจน์ฝีมือให้กับผู้บริหารได้ประจักษ์ ปี 2000 เธอจึงได้รับโอกาสให้ทำงานในการสร้างสรรค์คอนยัคของ Rémy Martin ทุกขั้นตอน ปี 2003 ทีมบริหารรับรู้ว่าประสาทสัมผัสของเธอนั้นไม่ธรรมดา แต่อยู่ในระดับขั้นเทพเรียกพี่ จึงพร้อมใจกันมอบตำแหน่ง Cellar Master ให้กับเธอต่อจาก Georges Clot ปลดระวางจมูก…เป็นจุดเริ่มต้นของตำนานหญิงเหล็กแห่งวงการคอนยัค นับเป็น Cellar Master รุ่นที่ 4 ของ Remy Martin หลังจากทำงานที่นี่มากว่า 30 ปี

Louis XIII มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Louis XIII de Remy Martin เป็นคอนยัคที่ริเริ่มโดยนายเรมี มาร์แตง (Rémy Martin) ผู้ผลิตไวน์ชาวฝรั่งเศสในปี 1724 มีสัญลักษณ์ที่รู้จักกันดีคือผู้ชายที่มีส่วนลำตัวบนเป็นม้า (man-headed horse หรือ Centaur) ดำเนินกิจการต่อเนื่องกันมาหลายร้อยปี ปัจจุบันอยู่ในเครือ Rémy Cointreau ซึ่งก่อตั้งในปี 1991 และผลิตบรั่นดีหลายรุ่น แต่ที่คอคอนยัคบอกว่า….คอนยัคที่ต้องดื่มสักครั้งในชีวิตต้องเป็น Louis XIII เท่านั้น…

Louis XIII เป็นที่โปรดปรานของบุคคลชั้นนำทั่วโลก ทั้งมหาเศรษฐี นักการเมือง นักธุรกิจ ผู้นำประเทศ และใช้เสิร์ฟในงานสำคัญ ๆ  เช่น  ปี 1938 George VI แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จเยือนฝรั่งเศส ในอีกสามปีต่อมา Queen Elizabeth II พระราชธิดาของพระองค์เยือนฝรั่งเศส ณ วังแวร์ซาย รวมทั้ง ปี 1951 Winston Churchill ฉลองการชนะเลือกตั้งเป็นนายกฯอังกฤษด้วย Louis XIII

ย้อนกลับไปในปี 1821 Rémy Martin เริ่มเบลนด์ Louis XIII จากโอซ์ เดอ วี (eaux-de vie) หรือ waters of life หลายร้อยระดับอายุ ก่อนจะพบสูตรพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง  จากนั้นลูกชายของเขาคือปอล-อีมิลล์ เรมี มาร์แตง (Paul-Emile Rémy Martin) จึงมาจดทะเบียนในปี 1874 ภายใต้ชื่อ “Louis XIII Tres Grande Champagne – Age Unknown” 

Rémy Martin ตั้งชื่อรุ่น Louis XIII เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศส (Louis XIII de France –1601-1643) ซึ่งปกครองฝรั่งเศสในช่วงที่ครอบครัว Rémy Martin อาศัยอยู่ในแคว้นคอนยัค พระองค์สนิทสนมกับครอบครัวนี้  และทำให้คอนยัคมีชื่อเสียงมากในตระกูล eaux de vie จนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป

Louis XIII ผลิตจากเขตกรองด์ ชองปาญ (Grande Champagne) แคว้นคอนยัค ด้วยการเบลนด์จาก eaux-de-vie ประมาณ 1,200 ตัว ส่วนใหญ่นำมาจากเซลลาร์ของ Remy Martin บางตัวเก็บบ่มมากว่า 100 ปี อายุน้อยที่สุดคือ 40 ปี โดยมีมาสเตอร์เบลนด์ (Master Blender) ดูแลและตรวจสอบถูกหยาดหยด

หลังจากเบลนด์แล้วจึงนำไปบ่มใน tiercons ถังโอคจากป่าลีมูแซง (Limousin) ซึ่งถือว่าเป็นโอคคุณภาพยอดเยี่ยมและราคาแพง โดย Grande Champagne  เป็นแหล่งผลิตบรั่นดีระดับคุณภาพเยี่ยมของแคว้นคอนยัค ได้รับการจัดเกรดเป็น กรู (Cru) ซึ่งในแคว้นคอนยัคมีอยู่ 6 Crus เรียงจากคุณภาพยอดเยี่ยมลงไปคือ Grande Champagne,Petite Champagne,Borderies,Fins Bois,Bons Bois และ Bois Ordinaires

Rémy Martin ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิต Fine Champagne Cognac นั่นหมายความว่า eaux-de-vie จะถูกคัดเลือกมาจาก 2 เขตที่ยอดเยี่ยมในเขต Cognac เท่านั้นคือ Grande Champagne และ Petite Champagne (คำว่า Champagne ของแคว้น Cognac ไม่เกี่ยวข้องกับ Champagne ที่เป็นสปาร์คกลิ้งไวน์ของแคว้น Champagne แต่หมายถึงชนิดของดินที่ปลูกองุ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดินชอล์ค) eaux-de-vie จากพื้นที่ระดับ crus ดังกล่าว มีศักยภาพในการเก็บบ่มอยู่ได้ยาวนานนับร้อย ๆ ปี

อย่างไรก็ตามมีคอนยัคเพียง 17 % เท่านั้นที่เป็น Fine Champagne Cognac ที่สำคัญในจำนวนนี้ 80 % เป็นผลผลิตของ Rémy Martin ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 150 ปีในการพิสูจน์ว่าเป็นสุดยอดคอนยัคของโลก

ขวดที่บรรจุ Louis XIII เป็นทรงโถแก้ว (Decanter Crystal) ทำจากคริสตัลน้ำหนึ่งเรียกว่า Baccarat Crystal Flur de Lis ผลิตโดย Baccarat มาตั้งแต่ปี 1937 ก่อนหน้านั้นผลิตโดย St Louis ขณะที่สตอปเปอร์หรือที่ปิดขวดเป็นคริสตัล fleur-de-lys crystal ทั้งหมดเป็นเครื่องแก้วสไตล์บาโรก (Baroque) ซึ่งเป็นศิลปะสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แม้แต่ขวดเปล่าก็มีผู้คนต้องการทั่วโลก ในเมืองไทยมีผู้รับซื้อในราคาประมาณ 4,000 – 5,000 บาท ขวดนี้ผลิตตามแบบขวดโบราณ ซึ่ง Emile Rémy Martin พบในพื้นที่เดิมที่เป็นสนามรบที่ Jarnac อยู่ทางตะวันออกของคอนยัค

ในงาน A LOUIS XIII Cognac Tasting Masterclass” ที่สิงคโปร์ ยังมีการนำ Louis XIII อีก 2 รุ่นมาให้ยลโฉมกันด้วยคือ Rare Cask “Cask 43.8” ขวดขนาด 70 ml.สีดำราคาประมาณ 800,000 บาท และ Louis XIII ขวดยักษ์ขนาด 3 ลิตร ซึ่งเรียกว่าเจโรบูม หรือดับเบิ้ล แม็กนั่ม (Jeroboam หรือ Double Magnum) ราคา 800,000 บาท เช่นกัน

Louis XIII ที่ชิมในวันนั้น…..สีเหลืองอัมพัน มีกลิ่นควันไฟ สไปซีเฮิร์บ อบเชย ดีปลี ขิง ดอกไม้แห้ง ดอกมะลิ พรุน ลิ้นจี่ วานิลลา ชอกโกแลต คาราเมล และน้ำผึ้ง จบในลำคอเนิ่นนานพร้อมกลิ่นดอกไม้และเฮิร์บชุ่มคอ และจะให้ดีควรดื่มด้วยแก้วที่ออกแบบสำหรับ Louis XIII โดยเฉพาะ

“I am just here to carry and transmit the knowledge,”

Pierrette Trichet …ย้ำในตอนท้าย…

 

 

 

Thawatchai Tappitak

ธวัชชัย เทพพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ รวมทั้งด้านอาหาร เคยเดินทางไปทำไวน์ในยุโรป 5 ปีครึ่ง จึงนำประสบการณ์ด้านดังกล่าวมาถ่ายทอดสู่แวดวงที่เกี่ยวข้อง นานกว่า 20 ปี เป็นกรรมการตัดสินไวน์ บาร์เทนเดอร์ ฯลฯ ปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร เช่น Thailand Restaurant News,GQ,Gastrogsm ฯลฯ นอกจากนั้นยังสอนไวน์ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย ------------- ข้อมูลบทความ/ภาพ/วิดีโอ ในเว็บไซต์ ThatwatchaiGURU.com เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน การนำไปเผยแพร่ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ (นอกจากการแชร์) ต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ----------- ติดต่อ: ThawatchaiGURU@at-Bangkok.com

You may also like...