“กิติบดี ช่อทับทิม” แชมป์เวิลด์ คลาส ไทยแลนด์ 2019

Daniel Schofield

Dennis Thurner

Jane Keaw-yod

Kaitlyn Stewart 1

Kaitlyn Stewart

Lester Ligon

Parom Leo Malakul

Pongpak Sudthipongse

Reserve team

Simone Rossi

world class 2019_190613_0039

กิติบดี ช่อทับทิม

กิติบดี รับรางวัล Cocktail@Home

แชมป์เก่ากับแชมป์ใหม่

แชมป์โลกกับแชมป์ประเทศไทย

ถ้วยแชมป์

นพป์เศรษฐ์ หิรัญวาทิต

ปัณฑ์ธร ใจกว้าง รับรางวัล Rising Star

ผู้เข้ารอบ 7 คน

วินาทีคว้าแชมป์“ยังจะแข่งอีกหรอ” ประโยคนี้น่าจะเป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุด อาจจะเป็นเพราะความดื้อดันทุรัง ความอยากที่จะสนุก อยากที่จะปล่อยสิ่งที่อยู่ในหัวตัวเองออกมา เลยทำให้เตลิดเลยเถิดมาเรื่อยๆ จนถึงปีที่ 6
ถ้าเปรียบงาน worldclass เหมือนกับการเดินทาง สำหรับผมคงเป็นการเดินทางด้วยเท้า ค่อยๆเดิน ล้มจนรู้สึกว่าทางที่เดินมันคือเส้นทางวิบากและเราเดินด้วยเท้าเปล่า
ช่วงแรกๆ ที่ล้ม แผลสดมักเจ็บเสมอ คิดแต่ว่าล้มแล้วเจ็บขนาดนี้ก็หยุดเดินเหอะ เปลี่ยนเส้นทางเถอะ แต่พอล้มบ่อยๆเข้าก็เริ่มด้าน เริ่มชิน เริ่มมีภูมิคุ้มกัน เจ็บน้อยลง จนไม่สนใจแผลพวกนั้นในที่สุด
และระหว่างระยะทางสองฝั่งข้างทางที่เดิน ผมไม่ได้อยู่คนเดียว
หลายคนยังรอดูเวลาที่ผมเดิน
ยังคงมีเสียงเรียก
ยังคงมีสายตาที่เฝ้ามอง
ยังคงมีเสียงคอยกระซิบคอยแนะนำไอเดียดีๆในการเดิน
ยังมีคนตะโกนเรียกกดดัน หรือบางทีก็แหย่กันจนเป็นมุกตลก(อันนี้เยอะ)
ยังมีคนแวะเวียนมาถามไถ่ว่าปีนี้จะเดินยังไง
มีคนคอยลุ้นว่าปีไหนจะถึงจุดหมาย
มีคนคอยเศร้าและเจ็บแทนตอนที่เราล้ม
มีคนคอยตบไหล่ ยิ้มเบาๆ ปลอบใจว่าปีหน้าลองเดินใหม่นะ
มีคนดูถูกว่าเดินให้ตายก็ไม่ถึงหรอก เสียเวลาเปล่า
มีคนห้ามและบอกให้หยุดเพราะเป็นห่วง
มีคนไม่อยากเห็นผมล้มแล้วล้มอีก
หรือแม้แต่วันนี้ ก็ยังมีรอยยิ้มและน้ำตาจากความดีใจที่จุดปลายทางของถนน

ระหว่างทางที่กล่าวมาเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก มีค่ามากกว่าสิ่งที่ได้รับในวันนี้ ถ้าเป็นไปได้คงอยากจะปั่นรางวัลนี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มอบให้กับทุกๆระหว่างทางของผม
ขอบคุณสำหรับทางวิบากเส้นนี้ที่สอนผมให้รู้จักคำว่าแพ้ และแพ้ให้เป็น
ผมไม่สามารถ tag ทุกคนให้ครบได้ เอาเป็นว่าถ้าคุณอ่านถึงบรรทัดนี้ คุณคือหนึ่งในนั้นครับ
ขอบคุณทุกท่านที่อยู่ระหว่างทางสำหรับทุกๆอย่างครับ
ขอบคุณจากใจจริงๆ
กิติบดี ช่อทับทิม
ความในใจของ “กิติบดี ช่อทับทิม” ที่โพสต์ผ่าน Facebook หลังคว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ที่ยิ่งใหญ่ “ดิอาจิโอ รีเสิร์ฟ เวิลด์ คลาส ไทยแลนด์ 2019” (DIAGEO Reserve World Class Thailand 2019) จากการแข่งขันรอบไฟนัลเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ โรงแรม ฟิเทล โซ กรุงเทพฯ
กิติบดี ช่อทับทิม บาร์เทนเดอร์หนุ่มวัย 35 ปีในฐานะ Head Bartender แห่งร้าน Liberation Cocktail Bar และ Co-Partner Backstage Cocktail Bar ได้เผยถึงเคล็ดลับการได้เป็นแชมป์ซึ่งถือเป็นปีที่ 6 ที่เขาเข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้ ด้วยความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ จนประสบผลสำเร็จ เป็นตัวอย่างของบาร์เทนเดอร์ทั้งหลาย
“การแข่งขันในแต่ละปีของผมไต่อันดับดีขึ้นเรื่อยๆ คือเข้ารอบจากท็อป 30 ท็อป 17 ท็อป 4 และพ่วงรางวัล บาร์เทนเดอร์ ทีม ออฟ เดอะเยียร์ จากนั้นขึ้นมาอันดับ 3 และ 2 มาปีนี้ไต่มาได้ที่ 1 ถ้าเป็นคนอื่นคงเลิกล้มความตั้งใจไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับผม ผมอยู่วงการนี้มา 14 ปี บางงานผมไปเป็นคณะกรรมการ บางงานไปเดินดู บางงานผมเป็นผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งผมรู้สึกสนุกกับการเป็นผู้เข้าแข่งขันที่สุด การแข่งขันทุกครั้งคือการได้แข่งกับตัวเอง คือต้องทำให้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยหาข้อผิดพลาด หาวิธีแก้ไข และทำใหม่ ชัยชนะวันนี้ผมมองว่าคือกำไรมากกว่า ผมเคยถูกหลายคนที่มองว่า จะแข่งทำไมในเมื่อผมอยู่ตรงจุดนี้แล้ว แข่งแพ้ก็เจ็บตัวเปล่า ๆ แต่สำหรับผมมองว่าที่แพ้ก็คือคนที่ไม่ได้ลงแข่งแต่พูดถึงคนที่กำลังพยายามอยู่
“ดิอาจิโอ รีเสิร์ฟ เวิลด์ คลาส ไทยแลนด์ 2019” (DIAGEO Reserve World Class Thailand 2019) เริ่มต้นด้วยการเปิดเวทีการแข่งขันตั้งแต่เดือนมกราคมที่เชียงใหม่ ตามด้วยภูเก็ตและเกาะสมุยในเดือนกุมภาพันธ์ แล้วปิดท้ายด้วยกรุงเทพฯในเดือนเมษายน จนได้ผู้เข้ารอบจำนวน 33 คนมาร่วมกิจกรรม Master Class เพื่อฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาทักษะความสามารถด้านการผสมเครื่องดื่มในแบบฉบับเวิลด์ คลาส ก่อนจะประชันฝีมือกันในรอบเซมิ ไฟนัล ในวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ 7 บาร์เทนเดอร์เข้ารอบสุดท้ายในวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทั่งได้ผู้ชนะเลิศดังกล่าว
“ดิอาจิโอ รีเสิร์ฟ เวิลด์ คลาส ไทยแลนด์ 2019” มีสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ 2 อย่าง ๆ แรกมีรางวัลให้กับบาร์เทนเดอร์ที่ทำคะแนนได้สูงสุดของแต่ละโจทย์ในรอบเซมิไฟนัลและรอบไฟนัลดังนี้
เดนนิส เธอร์เนอร์ (Dennis Thurner) จาก Tiki Box เกาะสมุย เจ้าของรางวัล Rising Star ปีที่แล้ว ครั้งนี้ทำคะแนนสูงสุดในโจทย์ Cocktail Againts the Clock ที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำค็อกเทลแข่งกับเวลาที่กำหนด
ปัณฑ์ธร ใจกว้าง จากร้าน Chez Khun Ying เกาะสมุย ผู้แข่งขันที่ได้รับ 2 รางวัล ๆ แรก Rising Star ผู้แข่งขันหน้าใหม่ที่ทำคะแนนการแข่งขันสูงสุด และทำคะแนนสูงสุดในโจทย์ Market Challenge ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้เงิน 500 บาทเพื่อใช้ซื้อวัตถุดิบในตลาดและนำกลับมาทำค็อกเทล
นพป์เศรษฐ์ หิรัญวาทิต จาก Rabbit Hole ทำคะแนนสูงสุดในโจทย์การแข่งขัน Dare to Pair ที่ใช้ Single Malt Whisky แบรนด์ The Singleton of Dufftown 12 ปี และ Talisker 10 ปี ในการแพร์ริ่งกับอาหารไทยจากร้านศรีตราด
กิติบดี ช่อทับทิม จาก Liberation ทำคะแนนสูงสุด ในโจทย์ Cocktail@Home The Youtuber ที่ให้ผู้แข่งขัน ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการสอนทำ เครื่องดื่ม ผ่านช่องทาง Social Media พร้อมกับคว้าตำแหน่ง World Class Thailand Bartender of The Year 2019
อีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาและถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกคือ World Class Cocktail Festival ระหว่างวันที่ 5- 11 มิถุนายนที่ผ่าน มีบาร์เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 40 แห่ง พร้อมความพิเศษคือมีบาร์เทนเดอร์รับเชิญ มาทำค็อกเทลระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่รวม Master Class และการให้ความรู้ต่าง ๆ อีกมากมาย
เริ่มจากที่ร้านซอร์เรนโต (Sorrento) 2 สุดยอดบาร์เทนเดอร์คือ Pongpak Sudthipongse เจ้าของตำแหน่ง World Class Thailand Bartender of the year 2015 และ Jane Keaw-yod เจ้าของตำแหน่ง World Class Thailand Bartender of the year 2018 มารังสรรค์เครื่องดื่มพิเศษให้ลิ้มรส เป็นค็อกเทลที่ชนะการแข่งขันเวิลด์คลาสของทั้งคู่ รวมทั้งบอกเล่าถึงความพิเศษและเทคนิค รวมถึงการนำวัตถุดิบต่าง ๆ มาใช้ในการทำค็อกเทล การตกแต่งหรือรับประทานคู่กันจนลงตัว เป็นต้น
วันที่ 5 มิ.ย. แดเนียล โชฟีลด์ (Daniel Schofield) บาร์เทนเดอร์หนุ่มชาวเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ที่เซ็นต์ รีจิส บาร์ (St. Regis Bar) โรงแรมเซ็นต์ รีจิส กรุงเทพฯ เขาเป็นหนึ่งในพี่น้องตระกูล Schofield (พี่ชายชื่อโจ) ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Coupette Bar กรุงลอนดอน บาร์อันดับที่ 18 ของ The World’s 50 Best Bars 2018 โดยเขาเป็น Assistant Bar Manager ขณะนี้เขากับพี่ชายกำลังจะเปิดบาร์เป็นของตัวเองที่บ้านเกิดภายใต้ชื่อ Schofield Bar
วันที่ 6 มิ.ย.มี 2 บาร์ ช่วงหัวค่ำที่ มูน บาร์ (Moon Bar) บาร์ลอยฟ้าชั้น 61 ของโรงแรมบันยัน ทรี กรุงเทพฯ (Banyan Tree Bangkok) เลสเตอร์ ลีกอน (Lester Ligon) แห่ง ABV bar ในมะนิลา เจ้าของตำแหน่ง Diageo World Class Philippines 2018 และอันดับ 6 ของ Diageo World Class Global Finals 2018 ที่เบอร์ลิน ซึ่งเขาทำคะแนนได้อันดับ 1 ของโจทย์ Ketel One Better Drinking Challenge เขามาทำค็อกเทลในคอนเซ็ปต์ Sustainability ที่กำลังเป็นเทรนด์โลกในปัจจุบัน ส่วนรอบดึกที่ Backstage Cocktail Bar ซอยทองหล่อ Parom Leo Malakul แบรนด์ แอมบาสซาเดอร์ของ Copper Dog นำเสนอค็อกเทล
วันที่ 7 มิ.ย. ที่ The Speakeasy รูฟทอปของโรงแรม Hotel Muse ซึ่งน่าจะเป็นไฮไลท์ของงานนี้ เพราะบาร์เทนเดอร์รับเชิญคือ ไคทรีน สจ๊วร์ต (Kaitlyn Stewart) บาร์เทนเดอร์สาวชาวแคนาดา แห่งร้าน Royal Dinette ในเมืองแวนคูเวอร์ เจ้าของตำแหน่ง Diageo World Class Global Final 2017 ที่เม็กซิโก นอกจากนั้นเธอยังเป็นกรรมการในรอบไฟนัลของ “ดิอาจิโอ รีเสิร์ฟ เวิลด์ คลาส ไทยแลนด์ 2019” ครั้งนี้ด้วย
วันที่ 7 มิ.ย.ที่เวสเปอร์ (Vesper) ซอยคอนแวนต์ ซิโมเน รอสซี (Simone Rossi) บาร์เทนเดอร์หนุ่มชาวเมืองบซิเอนา (Siena) แคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี แต่มาทำงานในฮ่องกงพร้อมกับเป็นเจ้าของตำแหน่ง World Class Cocktail Competition Hong Kong and Macao 2018 มาแสดงฝีมือ
สุดท้ายคงต้องบอกว่าช่วยกันเชียร์ “กิติบดี ช่อทับทิม” อีกครั้งในการแข่งขัน “ดิอาจิโอ เวิลด์ คลาส โกบอล ไฟนัล 2019” (DIAGEO World Class Global Final 2019) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ ในเดือนกันยายนนี้.

Thawatchai Tappitak

ธวัชชัย เทพพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ รวมทั้งด้านอาหาร เคยเดินทางไปทำไวน์ในยุโรป 5 ปีครึ่ง จึงนำประสบการณ์ด้านดังกล่าวมาถ่ายทอดสู่แวดวงที่เกี่ยวข้อง นานกว่า 20 ปี เป็นกรรมการตัดสินไวน์ บาร์เทนเดอร์ ฯลฯ ปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร เช่น Thailand Restaurant News,GQ,Gastrogsm ฯลฯ นอกจากนั้นยังสอนไวน์ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย ------------- ข้อมูลบทความ/ภาพ/วิดีโอ ในเว็บไซต์ ThatwatchaiGURU.com เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน การนำไปเผยแพร่ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ (นอกจากการแชร์) ต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ----------- ติดต่อ: ThawatchaiGURU@at-Bangkok.com

You may also like...